บทที่ 11 เจ้า...มีปัญหากับข้าหรือ
ม่านม่าน นางยังคงนั่งอยู่กับทาสที่นางซื้อเอาไว้ นางเริ่มถามความสามารถของพวกเขาทีละคน
“พวกเจ้าห้าคน ที่อ่านเขียนได้ มีคนใดเคยค้าขายหรือไม่” สี่คนยกมือขึ้น อีกคนส่ายหน้า “เจ้าทำสิ่งใดมา ก่อนที่จะเป็นทาส”
“ข้าน้อยเป็นเพียงบัณฑิตเท่านั้นขอรับ เดิมทีตระกูลข้าน้อยก่อนที่จะถูกตัดสินให้เป็นทาส บิดาข้าน้อยเคยทำงานในกรมการคลังมาก่อน แต่ถูกใส่ร้ายจนคนในตระกูลทั้งหมดถูกตัดสินโทษขอรับ” แววตาของเขาเคียดแค้นจนม่านม่านยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“แล้วครอบครัวของเจ้าเล่าอยู่ที่ใด” เดิมนางก็ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับตระกูลที่ต้องโทษ จะนำพาเรื่องยุ่งยากมาให้นางไม่จบสิ้น แต่มันเป็นของหวานของม่านม่าน นางจะไม่ยุ่งได้อย่างไร
“ที่นี่...มีเพียงท่านพ่อและท่านแม่ข้าน้อยขอรับ ส่วนคนอื่น ข้าน้อยไม่รู้ว่าอยู่ที่ใด” แววตาของเขาหมองเศร้าลงเมื่อนึกถึงน้องสาวน้องชายที่เคราะห์ร้าย
ม่านม่านเคาะนิ้วอย่างใช้ความคิด นางหันไปถามคนอื่นเรื่องงานที่ผ่านมาและครอบครัวของพวกเขา มีเพียงครอบครัวของอาเฉียวที่ยังมีครอบครัวอยู่
“ฮูหยิน นี่...สัญญาทาสขอรับ” นายหน้าค้าส่งสัญญาให้ม่านม่านและรับตั๋วเงินสามสิบตำลึงทองไปจากนาง
“พานายหน้าค้าทาสไปชี้ตัวบิดามารดาของเจ้า” ม่านม่านบอกอาเฉียว เขายังเงยหน้าขึ้นมามองหน้านางอย่างไม่เชื่อเลยว่านางจะช่วยครอบครัวของเขาด้วย
“ขอบคุณนายหญิง ขอบคุณท่านมากขอรับ” เขาโขกศีรษะให้ม่านม่าน
แต่นางเดินไปดึงแขนของเขาเอาไว้ แล้วโน้มตัวลงไปพูดกับนาง “ยังเร็วไปที่เจ้าจะขอบคุณข้า” นางยังต้องใช้งานพวกเขา พร้อมกับการให้พวกเขาแก้แค้นไปกับนางด้วย
ตระกูลเกา อดีตคู่หมั้นเจ้าของร่าง บิดาของเกาตงหยวนทำงานอยู่ในกรมการคลัง นางว่าเขาต้องมีส่วนรู้เห็นเรื่องการใส่ร้ายตระกูลของอาเฉียวเป็นแน่
ม่านม่าน นางซื้อตัวบิดามารดาของอาเฉียวกลับมาเพียงแค่ยี่สิบตำลึงเงินเท่านั้น ด้วยทั้งสองอยู่ในวัยชราที่ไม่อาจทำงานหนักได้แล้ว ทั้งร่างกายของทั้งสองก็อ่อนแอ ขายออกดีกว่าทิ้งให้ตายอยู่ในโรงค้าทาส
ม่านม่าน ทิ้งคนไว้ที่โรงค้าทาสก่อน นางออกไปจัดการเรื่องหาซื้อเรือนให้พวกเขาอยู่ในตัวเมือง นายหน้าค้าทาสแนะนำให้นางไปที่ว่าการ เพื่อติดต่อซื้อเรือน นางเลือกซื้อจวนหลังใหญ่ไว้เลย เผื่อวันหนึ่งนางได้ย้ายเข้ามาอยู่ในตัวเมืองจะได้ไม่ต้องหาซื้อใหม่
กว่าจะจัดการเรื่องซื้อเรือนเรียบร้อย เวลาก็ล่วงไปจนถึงยามเว่ยแล้ว (13.00-14.59 น.) นางจึงไปรับทาสที่ซื้อมาที่จวนหลังใหม่ของนาง
บิดามารดาของอาเฉียว เดิมแซ่เถียน นางจึงให้ใช้แซ่และชื่อตามเดิมไม่คิดจะเปลี่ยนให้พวกเขา เถียนเฉิงผู้เป็นบิดานางยกให้เขาเป็นพ่อบ้าน ด้วยคงไม่อาจออกไปจัดการเรื่องด้านนอกให้นางได้สะดวกนัก จินฝู นางให้จัดการเรื่องดูแลทำความสะอาดจวน
“ลุงเฉิง ท่านจัดการเรื่องต่างๆ ในจวน ข้าจะทิ้งเงินไว้ให้ท่าน ท่านซื้อข้าวของเครื่องใช้ให้ทุกคนได้เลย ส่วนเรื่องซ่อมแซมเรือนท่านกับอาเฉียวช่วยกันจัดการตามสมควร ป้าฝู ข้ารู้ว่าท่านทำงานบ้านไม่ไหว เช่นนั้นลุงเฉิงท่านก็ไปหาซื้อสาวใช้มาพร้อมอีกสองสามคนให้จัดการเรื่องทำความสะอาด ส่วนป้าฝูท่านก็ดูสั่งสอนพวกนางแล้วกัน อยู่กับข้าไม่มีเรื่องใดมาก สิ่งใดที่ควรถามหรือไม่ควรถามพวกเจ้ารู้อยู่แก่ใจ ผู้ใดคิดทรยศข้า ข้ามีวิธีจัดการหลายร้อยวิธีที่ทำให้อยู่ไม่สู้ตาย” นางกวาดตามองไปยังคนอีกสิบสี่คนที่เหลือ
นับว่านางเลือกคนได้ไม่เลวนัก แต่ละคนดูไม่เกรงกลัวนาง ทั้งยังไม่ให้ความเคารพต่อนางที่เป็นเจ้านาย มีอยู่หนึ่งคนที่ดูจะไม่ค่อยพอใจในคำพูดของม่านม่านนัก ด้วยคิดว่าตนเองแข็งแกร่งที่สุดยามอยู่ในโรงค้าทาส แม้แต่นายหน้าค้าทาสยังหวั่นเกรงเขา ไม่กล้าวุ่นวายกับเขามาก พอมาเจอแม่นางน้อยวัยเพียงยี่สิบสองหนาวเช่นม่านม่านจึงมิสนใจว่านางจะเป็นเจ้านายหรือไม่
ม่านม่านเดินไปหยุดตรงหน้าเขา “ตั้งแต่ที่โรงค้าทาสแล้ว เจ้า...มีปัญหากับข้าหรือ” นางเลิกคิ้วมองอย่างเย็นชา
“หึหึ จะมีได้อย่างไรเล่านายหญิง ท่านซื้อข้าน้อยมาแล้ว ข้าน้อยเป็นคนของท่าน ย่อมต้องเชื่อฟังท่าน” แต่สายตาของเขาอดที่จะดูแคลนม่านม่านไม่ได้ ที่ใจกล้าซื้อพวกเขามาคงคิดว่าจะคุมประพฤติพวกเขาได้กระมัง
“คิดเช่นนี้ก็ดี” นางนั่งยองๆ ตรงหน้าของเขา “แต่หากไม่เชื่อฟังข้า” ม่านม่านไม่รู้ว่าหยิบมีดสั้นออกมาตั้งแต่ตอนไหน นางจ่อไปที่ลำคอของทาสตรงหน้าโดยที่เขายังไม่ทันตั้งตัว “ต่อให้เจ้าอยู่ที่ใด ข้าสามารถฆ่าเจ้าได้ทันที”
ในตอนแรกเขาดูตกตะลึงเมื่อเห็นว่ามีมีดมาจ่อที่ลำคอ แต่เพียงครู่เดียวเขาตกใจก็แปรเปลี่ยนเป็นความเสียหน้าที่ถูกแม่นางน้อยหักเหลี่ยมต่อหน้าคนอื่น เขาคิดจะบิดข้อมือของนาง โดยลืมนึกไปว่า หากทำร้ายผู้เป็นนายเมื่อถูกจับส่งทางการจะถูกโบยตีจนตายเช่นใด
ม่านม่านเห็นสายตาของเขาที่เปลี่ยนแปลงนางก็ระวังตัวเอาไว้อยู่แล้ว นางเบี่ยงข้อมือหลบเล็กน้อย ก่อนจะชันตัวขึ้นแล้วถีบเข้ายอดอกของเขาจนล้มกลิ้งไปกองกับพื้น นางมิได้หยุดเพียงเท่านั้น ด้วยกำลังบุรุษและสตรี เขาตัวใหญ่กว่านางไม่น้อยสู้มือเปล่านางย่อมไม่มีทางสู้ได้
ปืนเก็บเสียงปรากฏขึ้นมาแทนมีดสั้น ก่อนจะยิงลงบนพื้นเฉียดใบหูของเขาไปเพียงนิดเดียว เมื่อมีอาวุธประหลาดปรากฏขึ้นท่ามกลางสายตาของทุกคน จากที่รอดูเรื่องสนุกก็แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวขึ้นทันที
“หึหึ ลุกขึ้นมา เจ้าดูสิ่งที่อยู่ในมือข้าให้ดี” ม่านม่านเล็งปืนในมือไปต้นท้อที่ออกผลอยู่ข้างเรือน นางมิได้เล็งนานก็ปล่อยลูกกระสุนในมือออกไปแล้ว ทุกคนมองตามปากกระบอกปืนไปที่ต้นท้อเป็นตาเดียว พอได้ยินเสียงดังเบาๆ ออกมาจากปากกระบอกปืน ลูกท้อที่เห็นเด่นสะดุดตาก็ระเบิดออกไม่เหลือชิ้นดี
